[adsense]

[adsense]

การเปลี่ยนแปลงของคุณแม่ตั้งครรภ์เดือนที่5

คุณแม่จะขี้ร้อนขึ้นและเหงื่อออกง่ายขึ้น บางครั้งอาจรู้สึกเหมือนตัวเองหายใจหอบ ถ้าคุณแม่ยังไม่เคยรู้สึกว่าลูกดิ้นมาก่อน เดือนนี้เป็นช่วงเวลามหัศจรรย์ คุณแม่จะรู้สึกได้ว่าเจ้าตัวเล็กกำลังดิ้นอย่างแน่นอน

อารมณ์อ่อนไหวแปรปรวนจะลดลงมาก คุณแม่จะรู้สึกหิวบ่อยขึ้น อาการแพ้ท้องก็จะลดลงมาก คุณแม่เอวจะหายไป บางคนอาจจะมีริ้วรอยบริเวณหน้าท้อง

ผิวหนังคุณแม่จะเห็นเส้นเลือดฝอยที่ขยายตัวเป็นตาข่าย  ตามบริเวณต่างๆ เช่น ใบหน้า แขน ไหล่ เป็นต้น คุณแม่ไม่ต้องกังวลมากนักเพราะร่องรอยเหล่านี้จะหายไปเองหลังคลอด

คุณแม่อาจเป็นตะคริว หากได้รับแคลเซียมไม่เพียงพอ ส่วนใหญ่มักเป็นมากในช่วงกลางคืน ซึ่งหากคุณแม่เป็นตะคริวควรรีบกระดกปลายเท้าขึ้น เพื่อให้กล้ามเนื้อที่จับตัวเป็นตะคริวเหยียดและคลายตัวออก

อาการอื่นคือ คุณแม่อาจมีโอกาสเป็นกระเพาะปัสสาวะอักเสบ เพราะกล้ามเนื้อในทางเดินระบบปัสสาวะหย่อนตัว อาจรู้สึกแสบกระเพาะอาหารเพราะกรดช่วยย่อยลดลง ทำให้อาหารค้างอยู่ในกระเพาะอาหารนานขึ้น เกิดกรดไหลย้อน และท้องผูกได้

ถึงเวลาที่คุณแม่จะได้รับการตรวจอัลตราซาวนด์แบบละเอียดในช่วงสัปดาห์ที่ 20 นี้ และคุณอาจจะได้เห็นใบหน้าลูกบนหน้าจอเป็นครั้งแรกแล้ว นับเป็นช่วงเวลาที่น่าตื่นเต้นอย่างมาก

ตามปกติในสัปดาห์ที่ 20 จะเป็นการตรวจหาความผิดปกติ และจุดประสงค์ของการตรวจก็คือเพื่อให้แน่ใจว่าทุกอย่างราบรื่นดีและลูกมีพัฒนาการตามปกติ แพทย์จะตรวจสอบตำแหน่งของรก และประเด็นสำคัญของการตรวจอัลตราซาวนด์ก็คือเพื่อหาความผิดปกติของการเติบโตทางร่างกายและพัฒนาการของลูก

โดยส่วนใหญ่แพทย์ผู้ทำการตรวจจะชี้ให้คุณดูบางจุดที่หน้าจอ และบอกรายละเอียดบางอย่างกับคุณพ่อคุณแม่ เช่น การเต้นของหัวใจ แขนขา นอกจากนี้ ในช่วงสัปดาห์ที่ 20 แพทย์จะสามารถบอกเพศของลูกได้แล้ว

ในช่วงการตรวจครรภ์ หากมีประเด็นปัญหาที่สงสัย แพทย์จะแจ้งให้คุณแม่ทราบทันทีและอาจต้องมีการตรวจอัลตราซาวนด์อีกครั้ง บางครั้งจำเป็นต้องมีการตรวจซ้ำแต่ไม่ได้หมายความว่ามีปัญหาร้ายแรงกับลูกของคุณเสมอไป

พัฒนาการของลูกน้อยในครรภ์

ตั้งแต่ตั้งครรภ์มาจนถึงสัปดาห์ที่ 19 ทารกในครรภ์น้ำหนักยังคงเพิ่มขึ้นเริ่มโตช้าลง ทารกเริ่มมีภูมิป้องกันการติดเชื้อของโรคบางอย่าง และมีการสร้างความสมบูรณ์ของอวัยวะต่างๆ เริ่มมีเปลือกหุ้มเส้นประสาทไขสันหลังเพื่อป้องกันอันตราย

ในช่วงปลายเดือนที่ 5 ทารกมีน้ำหนักถึงครึ่งกิโลกรัมแล้ว และมีความยาวจากศีรษะถึงก้น 18.5 เซนติเมตร ระบบกล้ามเนื้อและปราสาทของทารกได้พัฒนาประสานสัมพันธ์กันมากขึ้น จะยืดหดตัวอย่างแรงจนคุณแม่รู้สึกว่าทารกดิ้นแรง และดิ้นหนีแรงที่มากระทบบริเวณหน้าท้องคุณแม่ ทารกยังมีขนาดเล็ก ทารกในครรภ์สามารถเคลื่อนไหวพลิกตัวไปมาอยู่ในถุงน้ำคร่ำอย่างไร้ทิศทาง

ส่วนหนึ่งของสมองลูกที่ควบคุมความรู้สึกกำลังเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว และสามารถตรวจการเต้นของหัวใจได้อย่างง่ายดาย ในขณะเดียวกัน ผิวของลูกจะมีเมือกสีขาวหนาปกคลุมหรือที่เรียกว่าสารไขมันเคลือบผิว (Vernix) เพื่อป้องกันผิวอันบอบบางระหว่างการตั้งครรภ์ ตอนนี้ลูกมีความสูงประมาณ 22 ซม. จากหัวถึงเท้า

ตามลำตัวมีการสร้างขนอ่อนช่วยควบคุมอุณหภูมิและให้เป็นที่ยึดเกาะของไขสีขาว บริเวณลำตัวทารกจะมีผิวหนังสีแดงย่น แลเริ่มมีการสร้างไขสีขาวๆ คล้ายเทียน เพื่อป้องกันไม่ให้ผิวเปื่อยเมื่อต้องแช่อยู่ในถุงน้ำคร่ำเป็นเวลานานๆ และยังป้องกันการสูญเสียความร้อนออกจากร่างกาย

ทารกจะมีการสร้างไขมันชนิดพิเศษตามส่วนของลำคอ ทรวงอก และก้น เพื่อป้องกันการสูญเสียความร้อนออกจากร่างกาย การสร้างไขมันนี้จะดำเนินไปเรื่อยๆ จนกว่าทารกจะครบกำหนดคลอด ด้วยเหตุนี้เองทารกที่คลอดก่อนกำหนดจึงต้องอยู่ในตู้อบนาน เพราะร่างกายยังไม่สามารถควบคุมการสูญเสียความร้อนของร่างกายได้เต็มที่

ฟันน้ำนมของทารกเริ่มเกิดขึ้นในเหงือกแล้ว ทารกจะรู้จักแยกรสขมและหวานได้แล้ว หัวนมและต่อมน้ำนม ก็เริ่มปรากฏและพัฒนาขึ้นในช่วงนี้
หญิงหรือชาย คุณแม่สามารถมองเห็นเพศทารกได้ชัดเจนขึ้นในช่วงนี้