[adsense]

[adsense]

การผลิตน้ำนม

หลังคลอดฮอร์โมนจากรกจะลดลงไปทันที ทำให้การกระตุ้นฮอร์โมนเพศที่รังไข่เริ่มลดลงด้วย ฮอร์โมนเหล่านี้เป็นตัวยับยั้งไม่ให้มีการสร้างนํ้านม ในขณะตั้งครรภ์ เมื่อฮอร์โมนนี้ลดลง และลูกเริ่ม ดูดนมแม่ การดูดนมจะเป็นตัวกระตุ้นต่อสมอง ให้มีการสร้างฮอร์โมน โปรแลคตินมากขึ้น ซึ่งฮอร์โมนตัวนี้จะกระตุ้นกลีบต่อมน้ำนมที่ขยายมากมาย ให้มาสร้างนํ้านมทั้งหมด นํ้านมจะเริ่มผลิตได้อย่างสมบูรณ์หลังคลอดแล้ว 2 – 5 วัน ตราบใดทียังมีการระบายนํ้านมออกไปทุกวันด้วยการดูดนม ก็จะมีการสร้างฮอร์โมนมากระตุ้นการสร้างนํ้านมทดแทนตลอดเวลา แต่หากว่าทารกหยุดการดูดนมเกิน 2 วัน เมื่อไร เต้านมจะเริ่มคัดและการสร้างนํ้านมก็จะลดลงไปอย่างรวดเร็ว

 

เต้านมอักเสบหรือติดเชื้อเกิดได้อย่างไร?

สำหรับเต้านมของคุณแมที่กำลังสร้างน้ำนมอยู่นั้นจะมีโอกาสติดเชื้อแบคทีเรียจากผิวหนังได้สูง และทำให้เต้านมเป็นหนองได้งาย เพราะนํ้านมเป็นสารอาหารที่ดีมาก ของเชื้อโรคในการขยายพันธุ์ ถ้าลองเอานมตั้งทิ้งไว้ในห้องเพียงไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้น นมแก้วนั้นก็จะบูด น้ำนมในเต้านมก็เหมือนกัน จะติดเชื้อได้งาย ถ้ามีเหลือค้างอยู่ใน เต้านมมากเกินไป เชื้อแบคทีเรียจะเข้าไปตาม ท่อนํ้านมจากส่วนหัวนมและเจริญในนํ้านมที่ตกค้างในเต้านม ร่างกายจะไม่สามารถกำจัดเชื้อแบคทีเรียได้ เพราะอยู่ในส่วนนํ้านมตกค้าง ก่อให้เกิดการอักเสบในต่อมน้ำนม มีอาการบวม แดง ร้อน และปวด เริ่มมีไข้ ปวดเมื่อยตามตัว ถ้าไมได้รักษาตั้งแต่เิ่นิ่นๆ การอักเสบก็จะกลายเป็นหนอง มีอาการเจ็บปวดมากขึ้นจนบวมเปลง และแตกออกทีผิวหนังในทีสุด เชื้อที่เป็นต้นเหตุ ของการอักเสบมีชื่อทางการแพทย์แบบสั้นๆ ว่า สแตฟ ออเรียส (staphyllococcus aureus)

เชื้อนี้ปกติก็อาศัยอยู่ตามผิวหนัง ของคนเราโดย ไม่ก่อให้เกิดปัญหาใดๆ ยกเว้นถ้ามีบาดแผลหรือมีการอุดตันของทอเปิดที่ผิวหนัง จนมีสารของเสียคั่งค้าง ก็จะทำให้เชื้อนี้เข้าไปหมกตัวขยาย พันธุ์จนเกิดอาการอักเสบได้

 

การอักเสบในเต้านมนั้นไม่ได้เกิดกับคุณแม่ทุกคน
1. คุณแม่มือใหม่ที่ไมมีความรู้ในการให้นมลูกและการดูแลเต้านม อย่างถูกสุขลักษณะ การอักเสบมักเกิดในเดือนแรกของการให้นมลูก

2. คุณแม่ที่มีลูกอายุเกิน 6 เดือน และเริ่มมีฟันนํ้านมขึ้นมาใหม่ๆ เด็กจะรำคาญกับ ฟันใหม่ทีเกิด หรือเกิดอาการมันเขี้ยวก็จะดูดนมไป กัดหัวนมไป จนเกิดบาดแผลและเชื้อโรคก็เข้าทางบาดแผลนั้นไปสู่นํ้านมข้างใน

3. คุณแม่ที่มีหัวนมบอด หรือบุ๋ม ทำให้ลูกดูดนํ้านมข้างนั้นได้ไม่สะดวก จึงมีนํ้านมคั่งค้าง หัวนมที่บอดจะทำความสะอาดหัวนมได้ยาก ทำให้มีการคั่งค้าง เป็นที่อาศัยของเชื้อแบคทีเรียได้งาย และเชื้อก็จะเข้าไปตามท่อนํ้านมเกิดอาการ ติดเชื้อในที่สุด

4. คุณแม่ที่มีนมคัด การมีนํ้านมคัด คือการที่ต่อมนํ้านมสร้างนํ้านมจนเต็มที่ แล้วนมถูกดูดออกไปไม่หมด เกิดการคั่งค้างในทอและต่อมนํ้านมทั้งเต้า หรือ บางส่วนของเต้านมที่ท่อนํ้านมส่วนนั้นมีการอุดตัน นํ้านมที่คั่งค้างอาจฟอร์มตัว กลายเป็นถุงชีสต์นํ้านม (galactocoele) ได้ในที่สุด (โดยปกติ ท่อนั้านมที่รับนํ้านม จากต่อมนํ้านมจะรวมตัวกันมาเปิดที่หัวนมประมาณ 15 – 20 ท่อ) เมื่อมีนํ้านมคัด จะมีการตึงตัวของเต้านมและอาจมีน้ำนมไหลที่หัวนม โอกาสติดเชื้อจึงมีได้สูง แต่ถ้ามีการสร้างน้ำนม โดยไม่มีการสะสมของน้ำนม โอกาสจะติดเชื้อแบคทีเรีย จะมีน้อยมาก แม้วาจะมีบาดแผลเล็กๆ น้อยๆ ร่วมด้วยก็ตาม

 

การป้องกันการติดเชื้อหรือเต้านมอักเสบ
1. ทำความสะอาดบริเวณหัวนมและโดยรอบหัวนมทุกครั้งก่อนและหลังการให้นม

2. ป้องกันไม่ให้เกิดบาดแผลจากการกัดหัวนม หรือบาดแผลจากการอับชื้นจนเกิด อาการคันออกผื่น

3. ทำความสะอาดหัวนมที่บอดให้ดี โดยการใช้สำลีชุบนํ้าสะอาด หมาดๆ เช็ดที่หัวนมทุกครั้ง เวลาอาบนํ้าเพื่อโม่ให้มีสิ่งคั่งค้าง

4. เมือมีน้ำนมคัด ควรบีบนวดให้มีการระบายน้ำนมที่คั่งค้างให้หมด หรือการประคบด้วยนํ้าอุ่นๆ เพื่อให้มีการไหลเวียนเลือดดีขึ้น

5. ถ้าเริ่มมีอาการอักเสบ รู้สึกตึง ปวด บวม แดง ร้อนที่เต้านม ควรรีบปรึกษาแพทย์ ซึ่งจะให้ยาปฏิชีวนะ ที่มีความไวต่อการทำลายเชื้อ ซึ่งปกตินิยม ใช้คือ ยาคล็อกซาซิลลิน (cloxacillin) ยานี้ไม่มีผลต่อลูกแม้ว่าจะผ่านมาทางนํ้านม ไม่ควรปล่อยการอักเสบให้เนิ่นนานไปโดยไม่รักษา เพราะการอักเสบ จะกลายเป็นหนองแตกออก ในที่สุดทำให้การรักษาต้องยุ่งยาก และใช้เวลานานกว่าเต้านมจะหายเป็นปกติ

รศ.นพ.สุภากร โรจนนินทร์ ภาควิชาศัลยศาสตร์ Faculty of Medicine Siriraj Hospital คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล

Baby Guide2014